การขายคอนโด นอกจากค่าใช้จ่ายในการลงประกาศ ค่าโอนย้ายกรรมสิทธิ์ (ในกรณีที่ผู้ขายจ่ายเอง) และค่าธรรมเนียมต่างๆ ในการโอนแล้ว ก็ยังมีภาษีเงินได้ที่ต้องจ่ายอีกด้วย ซึ่งก็จะมีวิธีคิดภาษีที่ซับซ้อนเป็นอย่างมาก โดยในบทความนี้เราก็ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเสียภาษีเงินได้มาฝากกัน เพื่อจะได้เช็คค่าใช้จ่าย และตั้งราคาขายได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง ว่าแล้วมาดูกันดีกว่าว่า จะต้องเสียภาษีเงินได้ ขายคอนโด อย่างไรบ้าง

ภาษีเงินได้ คือ….

ภาษีเงินได้ คือภาษีที่มีการหัก ณ ที่ง่าย โดยอัตราการเสียภาษีนั้นจะไม่แน่นอน เพราะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ได้ถือครองอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ด้วย โดยการคิดภาษีจะมีความซับซ้อนมากทีเดียว มีลักษณะการคิดเป็นแบบขั้นบันได ซึ่งคุณอาจลองศึกษาดูได้จากตามเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตที่ให้ความรู้ทางด้านนี้โดยเฉพาะ โดยเราขอกล่าวแบบคร่าวๆ พอเข้าใจถึงขั้นตอนในการคิดคำนวณภาษี เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาต่อไป

ขั้นตอนคร่าวๆ ในการคำนวณภาษี

สำหรับขั้นตอนการคำนวณภาษีเงินได้นั้น จะมีความยุ่งยากและซับซ้อนมากพอสมควร ซึ่งคุณสามารถสอบถามได้จากเจ้าพนักงานภาษี หรือผู้ที่มีความรู้ทางด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งสำหรับบทความนี้ เราก็ขอธิบายรายละเอียดการคำนวณภาษีแบบคร่าวๆ พอให้ได้เข้าใจ ดังนี้

  • เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ (ทีไม่ใช่มรดกหรือได้รับมาโดนเสน่หา) โดยให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมารวมไป
  • เงินที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่าย ให้ถือเป็นเงินได้สุทธิ โดยให้นำเงินได้สุทธินี้มาหารด้วยจำนวนปีที่ได้ถือครองอสังหาริมทรัพย์ไว้
  • นำผลลัพธ์ที่ได้มาคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้ที่กำหนดไว้
  • ได้ผลลัพธ์เท่าไหร่ ให้นำมาคูณด้วยจำนวนปีที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์
  • ผลลัพธ์ที่ออกมา ก็คือภาษีเงินได้ที่ต้องเสียนั่นเอง

ภาษีเงินได้ จำเป็นต้องเสียหรือไม่

หลายคนอาจจะเกิดคำถามว่า ภาษีเงินได้ ขายคอนโด จำเป็นต้องเสียมากแค่ไหน และถ้าไม่เสียได้หรือเปล่า ต้องขอบอกเลยว่า ภาษีเงินได้นี้ เป็นภาษีบังคับที่ไม่ว่าคุณจะขายอสังหาริมทรัพย์อะไรก็ตาม คุณก็จะต้องเสียภาษีเงินได้ด้วยเสมอ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการคิดเบ็ดเสร็จในค่าโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว

พอจะเข้าใจเกี่ยวกับภาษีเงินได้ ขายคอนโด กันแล้วใช่ไหมเอ่ย แต่สำหรับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ คุณสามารถตกลงกับผู้ซื้อได้ ว่าจะแบ่งกันจ่าย จ่ายเองทั้งหมด หรือให้ผู้ซื้อจ่ายเอง ซึ่งก็อาจใช้กลไกโดยการตั้งราคาขายให้สูงขึ้น โดยบวกค่าภาษีที่คำนวณแล้วเข้าไปด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องควักกระเป๋าเอง หรืออาจลดราคาขายลงสักนิด แต่มีข้อแม้ว่าผู้ซื้อต้องเป็นผู้จ่ายภาษีและค่าโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดนั่นเอง